Teachings of Buddha Product by manoon Chongwattananukul

คลิป มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง Facebook ในรายการ โอปราห์ วินฟรีย์

วันเสาร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2553

[วิเชียร พวงลำเจียก ] วิเชียร พวงลำเจียก วันที่ 02 มกราคม พ.ศ. 2553 เวลา 22:26:25 น. มติชนออนไลน์ ชาวนาจี้รัฐตั้งรับอาฟต้า หวั่นเล่ห์พ่อค้าซื้อข


วิเชียร พวงลำเจียก

วันที่ 02 มกราคม พ.ศ. 2553 เวลา 22:26:25 น. มติชนออนไลน์

ชาวนาจี้รัฐตั้งรับอาฟต้า หวั่นเล่ห์พ่อค้าซื้อข้าวตปท.บรรจุถุง ย้ำรบ.หนุนพัฒนาสายพันธุ์เหมือนหอมมะลิ

ชาวนา เร่งรัฐตั้งแนวป้องกันอาฟต้า กลัวพ่อค้า-ผู้ผลิตสั่งข้าวเพื่อนบ้านบรรจุถุงแทน ทำชาวนาไทยเสียประโยชน์ ลั่นรัฐบาลต้องส่งเสริมการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวไทยทุกภูมิภาคเหมือนทำสำเร็จ กับหอมมะลิ

นายวิเชียร พวงลำเจียก อุปนายกสมาคมชาวนาไทย กล่าววันที่ 2 มกราคมว่าการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟต้า ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมานั้น ถือเป็นเรื่องที่ดีในการส่งเสริมการค้าทั่วไป แต่จะส่งผลกระทบต่อสินค้าเกษตรแน่นอน ซึ่งหลายฝ่ายเป็นห่วงเช่นกัน ในข้อเท็จจริงรัฐควรสร้างความชัดเจนและมีแนวทางป้องกันตั้งแต่ต้น เช่น ขอความร่วมมือผู้ผลิตข้าวถุงในประเทศว่าควรใช้ข้าวของไทย ซึ่งหากผู้ผลิตหันไปสั่งข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านมาบรรจุแทน ชาวนาไทยก็อาจเสียประโยชน์ได้


นายวิเชียรกล่าวว่า ช่วงนี้ปัญหาดังกล่าวอาจไม่มีผลกระทบในทันที เพราะภาวะของข้าวสารในตลาดโลกยังถือว่าขาดตลาด ยังมีความต้องการซื้ออีกมาก อีกทั้งผลผลิตโดยรวมของทั้งโลกก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นตามความต้องการ ทำให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ประเทศผู้ผลิตก็ขายข้าวกันเองไม่ต้องผ่านประเทศที่สามหรือพ่อค้าคนกลาง อื่น แต่หากเมื่อใดที่ตลาดข้าวซบเซาหรือความต้องการในตลาดโลกลดน้อยลง ข้าวจากประเทศที่มีชื่อด้านคุณภาพ เช่น จะมีข้าวจากประเทศอื่นมาปลอมปนข้าวไทย โดยพ่อค้าข้าวไทยเองจะสั่งข้าวจากต่างประเทศมาย้อมเป็นข้าวไทย


นายทศพล วังศิลาบัตร ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า การเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียนมีทั้งด้านดีและด้านเสียต่อชาวนา อย่างไรก็ตามประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นคู่แข่งของไทยจะได้ประโยชน์มากกว่า โดยเฉพาะเวียดนาม เพราะข้าวของเวียดนามคุณภาพใกล้เคียงกับไทย แต่มีราคาถูกกว่า อีกทั้งปัจจุบันไทยนิยมปลูกข้าวอายุสั้นหรือข้าวไวแสงที่ให้ผลผลิตเร็วแต่ คุณภาพไม่ค่อยดีนัก เพราะหากเก็บไว้นานจะเสื่อมเร็ว ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกัน รัฐบาลต้องส่งเสริมการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวไทยที่ปลูกในทุกภูมิภาค เช่นที่เคยทำสำเร็จมาแล้วในการส่งเสริมปลูกข้าวหอมมะลิในภาคตะวันออกเฉียง เหนือ มากกว่าการปลูกข้าวสายพันธุ์ทั่วๆ ไป


"สิ่งที่รัฐบาลต้องทำด่วนที่สุด คือ การปรับปรุงพันธุ์ข้าว ปรับปรุงระบบชลประทาน ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต พร้อมพัฒนาอาชีพการเกษตรอย่างต่อเนื่อง การทำนาปลูกข้าวเป็นอาชีพหลักของคนไทย แต่ปัจจุบันต้องยอมรับว่ารัฐบาลไม่ค่อยใส่ใจมากนัก จึงทำให้ภาคการเกษตรของไทยถูกนายทุนหรือพ่อค้าคนกลางเอาเปรียบ"


นายชัยยง กฤตผลชัย รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟต้า สินค้าที่มีการนำร่องลดภาษีนำเข้าและส่งออกให้เป็น 0% คือ กลุ่มสินค้าเกษตร แต่สินค้า 4 กลุ่มที่กระทรวงอุตสาหกรรมมีหน้าที่ดูแลเรื่องการผลิต การตรวจและรับรองมาตรฐานนั้น จะมีการบังคับใช้หรือจะมีอัตราภาษีอยู่ที่ระดับ 0% ในปี 2555 ประกอบด้วยกลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร สิ่งทอ และยานยนต์ โดยอยู่ระหว่างการปรับลดภาษีเพื่อนำร่องเป็นบางกลุ่มเท่านั้น เช่น กลุ่มยานยนต์


นายชัยยงกล่าวว่า สำหรับกลุ่มแรกที่จะเริ่มลดภาษีเหลือ 0% คือ กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่มีการนำร่องด้วยรูปแบบการเจรจา และตรวจสอบมาตรฐานสินค้าซึ่งกันและกันในกลุ่มประเทศอาเซียนแล้ว แต่จะมีบางประเทศเช่น กัมพูชา พม่า และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่คงต้องผ่อนปรนเรื่องมาตรฐานให้ก่อน เนื่องจากเป็นประเทศที่ยังไม่มีความพร้อม


"เครื่องใช้ไฟฟ้าถือเป็นสินค้าที่ไทยเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของอาเซียน ไทยจึงมีความพร้อมในกลุ่มสินค้านี้พอสมควร แต่มีประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ที่เป็นคู่แข่งสำคัญของไทย เนื่องจากมีความสามารถในการผลิตและการค้าใกล้เคียงกับไทย โดยเฉพาะมาเลเซียมีฐานการผลิตภายในประเทศที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งประเทศที่เป็นคู่แข่งของไทยคือ เวียดนาม ที่มีความพร้อมในการเปิดรับการลงทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยกำลังมีปัญหาด้านการลงทุนของอุตสาหกรรมที่เชื่อม โยงกับสิ่งแวดล้อม"


นายชัยยงกล่าวว่า สิ่งที่น่าเป็นกังวลหากไทยจะเข้าสู่เขตการค้าเสรีอย่างเต็มรูปแบบ คือ โครงสร้างพื้นฐานด้านการลงทุนเพิ่มเติม ทั้งการวิจัยพัฒนา โครงสร้างการตรวจสอบเพื่อให้การรับรองสินค้า โดยกระทรวงอุตสาหกรรมซึ่งเป็นกระทรวงที่ทำหน้าที่ดูแลคุณภาพสินค้าได้งบ ประมาณจากโครงการไทยเข้มแข็ง ระยะเวลา 3 ปี วงเงิน 750 ล้านบาท พัฒนา 4 สถาบัน คือ สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สถาบันยานยนต์ สถาบันสิ่งทอ และสถาบันอาหาร ทั้งนี้ งบประมาณดังกล่าวถือว่ายังน้อยมากเมื่อเทียบกับมูลค่าการส่งออกที่ประเทศได้ รับ


นายชัยยงกล่าวว่า การนำข้อตกลงเขตการค้าเสรีมาใช้ในกลุ่มประเทศอาเซียน คงต้องใช้หลักผ่อนปรนลักษณะช่วยเหลือและดึงกันไปก่อน เพราะกลุ่มประเทศอาเซียนยังมีความแตกต่างด้านการพัฒนาประเทศค่อนข้างมาก ไม่เหมือนกลุ่มประเทศยุโรปที่รวมตัวแล้วประสบความสำเร็จ เนื่องจากมีความพร้อม มีเอกภาพ และไม่มีความต่างด้านการพัฒนาประเทศมากนัก



http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1262435244&grpid=01&catid=00
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ก.เกษตรฯสั่งจับตา"ข้าว-กาแฟ-ปาล์ม-ไหมดิบ" ได้รับผลกระทบจากอาฟต้า ทำหนังสือถึง 3กท.ช่วยสกัด
คต.แนะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสจัดเวทีสาธารณะรับมือเปิดตลาดสินค้าเกษตรใต้อาฟต้า
"พรทิวา"ถก ส.อ.ท.ห่วงอาฟต้า กระทบเป้าส่งออกโต 14% ในปี 53
"มาร์ค"รับดูเปิดเสรี"เหล้า" หลัง"อาฟต้า"บังคับใช้ เผย 3 สินค้าเกษตรไทยระส่ำ เพื่อนบ้านโกยแทน
สุราพื้นบ้านจี้คุม"เหล้านอก"ทะลัก หลังบังคับใช้"อาฟต้า" แนะทำในอาเซียน ห้ามสวมตรายุโรป
คต.เดินสายรับฟังรับมือการเปิดตลาดข้าวภายใต้"อาฟต้า"

เปิด"พุทธสาวิกา"สถานปฏิบัติธรรม... หนทางดับความฟุ้ง ส่องแสงสู่ความสงบ...


สถานปฏิบัติธรรมพุทธสาวิกา


คุณแม่ชี นลินรัตน์ สุทธิธรรมวิชญ์ หรือ แม่แก้ว ประธานสำนักปฏิบัติธรรมพุทธสาวิกา












สระน้ำ ที่ใช้ในการเดินจงกลมสงบจิต


















แผนที่เดินทางไปสำนักปฏิบัติธรรมพุทธสาวิกา

วันที่ 01 มกราคม พ.ศ. 2553 เวลา 20:41:15 น. มติชนออนไลน์

เปิด"พุทธสาวิกา"สถานปฏิบัติธรรม... หนทางดับความฟุ้ง ส่องแสงสู่ความสงบ...

โดย...ตามลม

เปิดพุทธศักราช 2553 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พลันแสงทองของวันใหม่ ค่อยๆ เจิดจ้าเติมความสว่างให้โลก หวังว่าทุกๆคน คงเริ่มต้นรับเอาสิ่งใหม่ๆ ดี มาเติมเต็มให้กับชีวิตกันถ้วนหน้า...


สำหรับคนที่สภาพจิตใจย่ำแย ถูกสารพัดเรื่องรุมเร้า ให้จิตใจหมองเศร้าในรอบปี 2552 ที่ผ่านมา หรือผจญกับโรคภัยไข้เจ็บที่สร้างความทุกข์ทรมาน ก็ต้องถือเป็นเรื่องของสังขารที่ไม่แน่นอน และโชคชะตาไม่เข้าข้างก็แล้วกัน

แต่ถ้าใครอยากที่จะรีเฟรช ยกเครื่องความคิด บั่นทอนสิ่งฟุ้งซ่าน ให้หมดไป แล้วหันหน้าเข้าหาความสงบ ตลอดทั้งปีเสือนี้ ก็ขอแนะนำสถานที่ให้ไปนั่งถือศีล วิปัสนา กรรมฐาน พิจารณาจิต รำลึกการกระทำที่ผ่านมา ณ สำนักปฏิบัติธรรมพุทธสาวิกา

ภายใต้อาณาเขต 29 ไร่ โอบล้อมด้วย 2 เทือกเขา ที่ ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ของ สำนักปฎิบัติธรรมพุทธสาวิกา (วัดป่าธรรมชาติ) ต้องเรียกว่า เป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการปลีกวิเวกมา พัฒนาจิตใจ ใฝ่หาความสงบเป็นที่สุด ภายใต้การฝึกสอนและดูแลโดย คุณแม่ชี นลินรัตน์ สุทธิธรรมวิชญ์ หรือ แม่แก้ว ซึ่งเป็นประธานของสำนักปฏิบัติธรรมพุทธสาวิกา



ทั้งนี้ คุณแม่ชีนลินรัตน์ เริ่มสอนเพื่อพัฒนาจิตที่สำนักดังกล่าว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 ติดต่อเรื่อยมาจนปัจจุบัน มีผู้ร่วมเข้าปฏิบัติธรรมเฉลี่ย เดือนละ 1,000 คน ส่วนวันสำคัญทางพุทธศาสนา หรือวันเสาร์-วันอาทิตย์ จะมีจำนวนผู้เข้าร่วมการปฏิบัติธรรมหรือเข้ากรรมฐานมากขึ้น เฉลี่ยวันละ 100 คน ในปีหนึ่งจะมีผู้เข้ามาปฏิบัติธรรมประมาณหมื่นเศษ ไม่จำกัดเพศไหน เด็กหรือผู้ใหญ่ก็ได้ พร้อมกันนี้ยังมีนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ก็มาเข้าค่ายปฏิบัติธรรมยังที่นี่อีกมากมาย


หลายเสียงตอบรับของผู้ที่ เคยได้มาฝึกจิต ยังสถานปฏิบัติธรรมพุทธสาวิกาแห่งนี้ ต่างพูดตรงกันว่า ที่นี่มีความเป็นส่วนตัว สงบ ร่มเย็น และที่สำคัญอาณาบริเวณโดยรอยสวยงามมากๆ เนื่องจากห่างไกลจากความวุ่นวาย และไม่แออัดเหมือนที่อื่นๆ

แต่ละคนที่เข้ามาปฏิบัติ ที่นี่ ล้วนค่อนข้างที่จะเคร่งครัดเรื่องการภาวนาจิตด้วยความตั้งใจจริง ประกอบกับแม่แก้ว และแม่ชีท่านอื่นๆ ที่ดูแลร่วมกันยังที่แห่งนี้ ต่างก็ดูแลเอาใจใส่กับผู้มาฝึกจิตเป็นอย่างมาก ทำให้เป็นที่สบายใจ รักใคร่ของผู้ที่มาร่วมถือศีล เรื่องความปลอดภัย นั้นหายห่วงได้ เพราะคุณแม่ชีท่านบอกว่า กระทั่งไม่ได้ล็อคกลอนห้องนอน ก็ไม่มีใครเข้ามาทำอันตราย หรือลักขโมยสิ่งของได้

ส่วนใครที่เกิดคำถามว่า การมาปฏิบัติธรรมที่นี่ จะต้องพักผ่อนตรงไหน นั้น ขอบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะสถานปฏิบัติธรรมพุทธสาวิกา เขามีกุฎิ ไว้รองรับผู้ตั้งใจมาปฏิบัติธรรม 19 หลัง นอกจากนี้ ยังมีอาคาร จำนวน 2 หลัง จำนวน 30 ห้อง ซึ่งมีห้องน้ำในอาคารทั้งหมด ส่วนใครที่ประสงค์จะใช้กลด ก็ไม่ต้องกังวล ยังมีห้องน้ำภายนอกอาคารไว้บริการอีก 51 ห้อง ตรงกลางจะเป็นศาลาปฎิบัติธรรม ซึ่งสามารถบรรจุคนได้ถึง 1,000 คน บริเวณโถงด้านล่างและบน


เมื่อเดินไปบริเวณด้านหลังของสำนักฯ จะเห็นสระน้ำขนาดใหญ่ โดยรอบๆ จะเป็นถนนที่ทำไว้ทางจงกลมไว้ ส่วนบนด้านบนของเชิงเขาก็จะมี กุฎิกรรมฐานซึ่งอยู่บนเชิงเขาอีก 12 หลัง ซึ่งตรงส่วนนี้เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการความสันโดษอย่างแท้จริง


สิ่งที่ต้องเน้นย้ำกันไว้ เลย สำหรับผู้ที่ประสงค์มาปฏิบัติธรรมยังที่นี่จริงๆ คือ ต้องละขาดจากโลกภายนอกไปชั่วขณะหนึ่ง ตัดความกังวล สิ่งคั่งค้างที่ไม่บริสุทธิ์ออก ถ้าไม่จำเป็นก็ปิดมือถือเสียระหว่างที่ปวารณาสู่โลกแห่งธรรมซะ ถ้าเราละทิ้งโลกปัจจุบันแห่งวัตถุนิยมที่ประสบพบเจอทุกวันลงเสียบ้าง แล้วก้าวเข้ามายัง ธรรมสถานที่แห่งนี้ เชื่อว่า หลายคนเมื่อหวนกลับไปสู่โลกทุนนิยมเดิมที่ตนเองอยู่ ทัศนคติ มุมมอง ความคิด ความมีสติ รวมทั้งโรคภัยไข้เจ็บที่กัดกร่อนร่างกาย บั่นทอนจิตใจ จะทุเลา เบาบาง และทำให้ชีวิตสงบนิ่งดีขึ้น....ลองไปสัมผัสดูสักครั้งหนึ่งสิ

***หมายเหตุ ผู้ที่สนใจเดินทางไปยังสถานปฏิบัติธรรมพุทธสาวิกา จำเป็นต้องโทรไปจองกุฏิสำหรับนั่งปฏิบัติล่วงหน้า ได้ที่เบอร์ โทรศัพท์ 08-1982-8937, 08-9008-9848 เวลาทำการ 08.00 น.-17.00 น. (ทุกวัน) หรือเข้ารับชมกฎระเบียบ ข้อปฏิบัติ ที่ www.buddhasavika.com

อีเมล์ : admin@buddhasavika.com


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1262337212&grpid=01&catid=02